THE SOCIAL DILEMMA
หนัง / สารคดี / ตีแผ่ / บทสัมภาษณ์ หรือจะเรียกว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้น สำหรับเรา The Social Dilemma เหมือนเป็นภาคสังคมของ The Great Hacker ดังนั้นถ้าใครยังไม่ได้ดู The Great Hacker ก็แนะนำให้ไปดูก่อน เนื้อหาไม่ได้ต่อเนื่อง แต่มีความเกี่ยวข้องกันในที สิ่งสำคัญสำหรับคนที่ไม่ติดโซเชียลแบบเรายิ่งดูยิ่งกลัว เมื่อดูจนจบก็พบว่า ทุกวันนี้โดยส่วนตัวเราก็ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมกับการหาประโยชน์ และได้ประโยชน์ จากโซเชียลในจุดที่พอสมควร เช่น การไม่เปิด Notification ให้กับทุกแอฟ การพยายามกำหนดเวลาใช้งาน หรือ การไม่สนใจจำนวนการถูกกด Like จนเกินไป
ในฐานะนักจิตวิทยาเราเกิดความสะเทือนใจ และกลัวอย่างจับใจกับประโยคของ Jaron Lanier ที่ได้กล่าวไว้ว่า “It’s the gradual, slight, imperceptible change in your own behavior and perception that is the product.” – เราแปลเองว่า “การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการรับรู้ทีละเล็กทีละน้อยของตัวเราเองคือสินค้าของเค้า (สื่อโซเชียล)”
สิ่งที่หนังเรื่องนี้ถูกพูดถึงมันไม่ได้ใหม่อะไรเลยในทางจิตวิทยาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรับรู้ ซึ่งสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ ย้อนไปตอนนั่งเรียนในห้องเมื่อเกือบ 20 ปี มาแล้ว (ใจหายแว้บ ไม่ใช่เพราะโซเชียล สะเทือนใจความแก่ของตัวเอง 😂) เราไม่เคยนึกภาพเลยว่าหลักการ “กระดิ่งกับหมา” จะหาเงินได้ดีขนาดนี้ เราไม่เคยคิดเลยว่าอิทธิพลจากสี หรือรูปแบบต่างๆที่สายตาเห็นนั้นจะทำเงินได้เท่านี้
ไม่ใช่ว่าไม่อยากสปอยเนื้อหา หรือลงรายละเอียด แต่เราคิดว่าข้อคิดที่ได้จากการดูของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน และเราอยากให้ทุกคนดูเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว มันเป็นสิ่งสำคัญที่แม้นแต่คนในวงการที่เค้าได้เงินจากมัน ยังต้องถอนตัวออกมา แล้วมาเตือนเรา แล้วทำไมเราไม่ลองหยุดฟังพวกเราดูบ้างหล่ะ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นไปอีกก็คือ สำหรับเรานั้นเมื่อดูจบแล้วเราทำอะไรกับ Account ต่างๆของเราบ้าง เพราะในขณะที่เราเหมือนกำลังจะเตือนทุกคน รวมถึงเตือนตัวเองว่าควรออกห่างจากโลกเสมือนจริงนี้ ตัวเราเองกลับกำลังเริ่มต้นหาจุดยืนเพื่อที่จะทำเงินในโลกเสมือนจริงนี้เสียเอง
